สวัสดีวันเด็กค่าาาา ... 

 

ใครที่รู้ตัวว่ายังเด็ก -- ก็ขอให้ enjoy life too the fullest! (not, foolest) นะจ้ะ

ส่วนใครที่ไม่ค่อยจะเด็กแล้ว -- ก็ขอให้รักษาจิตวิญญาณของความเป็นเด็กเอาไว้ในตัวตลอดไป

การมองโลกแบบเด็ก เช่นการเปิดใจกว้างรับสิ่งใหม่ๆ การตื่นเต้นและสนุกกับการเรียนรู้และใช้ชีวิต สิ่งนี้ดูเหมือนจะพร่องในโลกของผู้ใหญ่ ขอให้พวกเรารักษาดูแล "นิสัยเด็กๆ" กันเอาไว้ให้ดีค่ะ

* อันนี้จขบ.พยายามเตือนตัวเองด้วย! 

 

 

มาเล่าต่อถึงเกาะ Lan-Yu หรือเกาะกล้วยไม้กันต่อดีกว่า...

 

 เกาะกล้วยไม้ เป็นเกาะที่เกิดจากภูเขาไฟ ตัวเกาะนั้นเกิดจากการระเบิดของหินใต้โลก และหลังจากที่เย็นลง หินเหลวเหล่านั้นก็ฟอร์มตัวกันขึ้นเป็นเกาะ

 ถ้าได้เดินเล่นเลียบชายหาด สังเกตดีๆบางพื้นจะยังสามารถมองเห็นซากฟอสซิลของประการังได้

หินเหลว (แมกม่า) เหล่านั้นหลอมรวมกับปะการังใต้ท้องทะเลเป็นเนื้อเดียวกัน -- ธรรมชาตินี่ช่างมหัศจรรย์จริงๆ

 

ตอนแรกก็ไม่ทันสังเกตเห็น รู้แต่ว่าริมชายหาดแถวนั้น บางที่ทำไมเป็นหลุมเป็นบ่อ เดินยากเอามากๆ  พอได้สังเกตดู ถึงได้เห็นว่าพื้นที่เหยียบอยู่จริงๆแล้วไม่ใช่โขดหินธรรมดา แต่เป็นหินที่ก่อตัวจากลาวา

 


 

ที่เป็นซี่ๆกับรอยหยักๆ -- นั่นคือฟอสซิลปะการังค่ะ

 

 

 

ถามกับชาวท้องถิ่นถึงที่มาของชื่อเกาะ สาเหตุที่ได้ชื่อว่าเกาะกล้วยไม้ก็เป็นเพราะว่าสมัยก่อนมีกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่รอบเกาะเยอะแยะ

(ง่ายเนอะ!) 

 

อากาศที่บนเกาะนี้เป็นอากาศที่เหมาะสมกับการเติบโตของกล้วยไม้  แถมฝนก็ยังตกอยู่สม่ำเสมอ ทำให้ป่าไม้แถวนี้สมบูรณ์เอามากๆ

 

นอกจากธรรมชาติบนดินที่แสนจะสมบูรณ์ของเกาะนี้แล้ว สภาพใต้น้ำของที่นี่ก็ยังเอื้อต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำและปะการังอีกด้วย

เกาะกล้วยไม้นี้ได้อิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นจากทางญี่ปุ่น ไหลมาบรรจบกับมหาสมุทรแปซิฟิค

 

*ฟังดูมีความรู้เนอะ แต่จริงๆก็ฟังเค้าอธิบายมาอีกทีเหมือนกัน แหะแหะ

 

เมื่อกระแสน้ำอุ่นกับกระแสน้ำเย็นมาเจอกัน พื้นที่นั้นจะอุดมไปด้วยทรัพยากรทางน้ำค่ะ

 ได้ยินอย่างนี้แล้ว คนรักโลกใต้น้ำอย่างจขบ. ยิ้มแก้มปริเลยค่ะ

บอกตรงๆ ไม่เคยคิดว่าจะได้มาเจอแหล่งดำน้ำดีๆที่ไต้หวัน

 

ปกติแล้ว แหล่งดำน้ำเด่นๆดังๆทางโซนเอเชียจะอยู่ตามอินโดนีเซียหรือมาเลเซียซะมากกว่า

และที่ขาดไม่ได้ -- ก็เมืองไทยบ้านเราเองนี่แหล่ะค่ะ

วันถัดมา เราเลยยกให้เป็นวันแห่งการท่องเที่ยวโลกใต้น้ำเต็มๆ

 

ปกติเวลาไปดำน้ำ ส่วนใหญ่จะไปลงเรือที่ท่า แล้วเรือก็จะพาไปส่ง ณ จุดที่จะดำ

ท่าเรือก็หน้าตาคล้ายๆกับท่าเรือที่เมืองไทย เรือจะจอดรอเราอยู่

พวกเราก็เดินเนิบๆลงเรือไป นั่งชิลๆสักพักก็ถึงจุดหมาย สบายๆค่ะ

  

แต่ที่เกาะกล้วยไม้นี้ไม่เใช่ค่ะ !!!

ท่าเรือที่นี่หน้าตาเหมือนท่าเรือส่งสินค้า (ท่าน้ำลึก)  เวลาเรือจะเข้าต้องผ่านด่านเขื่อนปูนมาก่อน

พวกเราก็ไปนั่งรอกันที่ริมท่านั่นแหล่ะค่ะ

นึกสภาพนะคะ กรุ๊ปกระเหรียงนอกพื้นที่ แบกถังออกซิเจน แบกอุปกรณ์อีกเป็นสิบ

ตีนกบเอย หน้ากากเอย ... ไหนจะกล้องอีก

ชุดที่ใส่นี่ก็ไม่ใช่กางเกงขาสั้น บิกินนี่นะฮะ ชุดดำน้ำหนาเตอะ (เพราะน้ำแถวนั้นเย็นมาก)

 

ไปถึงเรือยังไม่มา นั่งเงกรอกันเป็นท่าบขส. ร้อนจนลมจะจับ Foot in mouth

ชาวประมงแถวนั้นเห็นแล้วคงขำ สภาพพวกเราดูไม่จืดเลยค่ะ

กว่าเรือจะมาก็ปาเข้าไปเกือบ 45 นาที

 

 

 


 

นั่งรอเรือเป็นแม่สายบัว Foot in mouth

 

จุดแรกที่เราไป นั่งเรือไปแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้ว

(* รอมาตั้ง 45 นาที คุ้มไหมเนี่ย !)

 

เขตนี้เป็นเขตทะเลน้ำลึก คลื่นและกระแสน้ำไม่เหมือนแถบทะเลบ้านเรา

กว่าจะไปถึง นั่งก้นไม่ติดเบาะจนเหนื่อย เรียกว่าเป็น 10นาทีวัดใจกันเลยทีเดียว

ทีมที่ไปนั่งมองหน้ากัน แบบ "แกอย่าอ๊วกนะ ขืนแกนำ ชั้นตามแน่" Undecided

 

แต่พอได้ลงน้ำเท่านั้น ความลำบากที่ผ่านกันมา ลืมกันหมด 

น้ำที่นี่ใสมากๆ ใสขนาดเห็น 40 กว่าเมตรสบายๆ

ปกติอย่างมากเห็น 25-30 เมตรก็หรูแล้ว

 

 

 

 

เรือรบเกาหลีที่มาจมอยู่ที่นี่ ความลึกเกือบ 40 เมตร

น้ำใสจนมองเห็นตัวเรือได้ตั้งแต่อยู่บนผิวน้ำ

 

 

 


 

 

อารมณ์เหมือนว่ายอยู่ในตู้ปลา 

 

 

 


 

 

เจ้าบ้านเริ่มหมั่นไส้ --- มาถ้ำมองอะไรบ้านเค้า

 

 

 

 


หาดาราฮอลลีวูดเจอไหม ... นีโม่มาเอง 

 

 

 


 

 

ทากทะเลลายจุด ... สีม่วงสลับดำ กระดืบ กระดืบบบบ

 

 

 

 

 

ตัวนี้ก็ทากทะเล แต่ลายทาง มีเขาสีส้มด้วยนะ

 

 

 


 

 

ปลาสิงโตก็หาได้ที่นี่ --- (*อันนี้อย่าไปแหย่เขานะ มีพิษจ้า)

 

 

 

 

 

 

ใครหาเจอบ้างว่าปลาอยู่ที่ไหน ???

 

เฉลย -- มองไปมุมขวา ด้านบนๆ ที่มีสีม่วงๆค่ะ 

หน้าตาเจ้าตัวนี้เหมือนใบไม้แห้ง ชื่อของเขาคือ Cockatoo Waspfish

 

 

 

ถึงแม้ว่าจะไม่มีสัตว์ใหญ่ประเภทฉลามวาฬ หรือปลากระเบนตัวยักษ์ๆ

แต่ก็ไม่ได้ทำให้สเน่ห์ของท้องทะเลที่นี่น้อยลงเลย  

ปลาตัวเล็กตัวน้อยที่นี่เยอะมาาาาาก แถมไม่กลัวคนอีกต่างหาก

บางชนิดก็แสนขี้เล่น ไม่เชื่อดูจากภาพข้างล่างนี้ได้

 

 

 

 

 

ระหว่างกำลังพยายามถ่ายภาพ ... อีตัวเหลืองก็มาบังเลนส์ซะงั้น 

 

 

 

 

 

 

หนักเข้าถึงขั้นยกพวกมาบังเลย --- (* ก่อม็อบเหรอยะ!)

 

 

 

 

สังเกตดูที่ผิวน้ำ คลื่นแรงใช้ได้อยู่  

 

 

 

 


 
สภาพหลังขึ้น อย่าคิดว่าได้กลับที่พักสบายๆ
ที่นี่บริการตัวเอง ขี่สกู๊ทเตอร์กลับจ้า --- โอ้ พระเจ้าจ๊ออออด 
หน้าชื่นอกตรมมากรูปนี้ 
หนาวสั่นเป็นเจ้าเข้าระหว่างทางกลับที่พัก 555 
 
 
 
อย่างที่เขาว่าไว้ เวลาดีๆมักผ่านไปเร็ว
แป๊บๆก็หมดวันแล้ว วันรุ่งขึ้นเราก็จะออกจากเกาะแล้ว
แล้วจะมาเล่าต่อนะคะ ว่าก่อนกลับเราไปทำอะไรหนุกๆกันอีกบ้าง
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่า Cool
 
 
 
 
 

edit @ 17 Jan 2013 19:50:23 by Lizard Girl ^^

Comment

Comment:

Tweet

@kainoo  ขอบใจจ้ะ ^^ กว่าจะได้ภาพสวยๆมา เล่นเอาโทรมไปเหมือนกัน แต่คุ้มมากๆเลยจ้ะ ที่เกาะนี้สวยแปลกจริงๆ double wink

#2 By lizardgirl on 2013-01-12 16:25

ดำน้ำด้วยอ่าาา
ภาพใต้ทะเลสวยมากค่ะ
ชัดมาก TwTHot!
ปลาสวยสุด ๆ

#1 By KAINO on 2013-01-12 16:04